มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

คูคูเฉียน

สนาม: เครือข่ายข่าวคุณภาพของจีน

บทนำ:กกตเชิญ ไทยโพสต์ ให้ข้อมูลข่าว ทักษิณ ครอบงำพรรค 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 13:14 น ...

โลก

สนาม: ข่าวการค้าของจีน

บทนำ:ผวากลุ่มทุนผูกขาดสบช่อง ฮุบผลประโยชน์จากกัญชา 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น ไบโอไทยพบข้อมูลต่างชาติยื่น 13 คำขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา มี 2 คำขอละทิ้ง เหลือ 11 คำขอ แฉกรมทรัพย์สินฯ ถอนแค่ฉบับเดียว อีก 10 ยังเดินหน้าต่อ แถมกำลังจะได้สิทธิบัตรอีก 2 ขณะที่ มรังสิตผวา 3 กลุ่มทุนผูกขาดสวาปาม ด้าน สนธิรัตน์ แจงยิบทุกอย่างเปิดเผย ตรวจสอบได้ นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี (ไบโอไทย) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ถึงกรณีนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ออกมาประกาศแก้ปัญหาการจดสิทธิบัตรกัญชาว่า การที่นายสนธิรัตน์ออกมาพูดมีการถอนสิทธิบัตรกัญชานั้น จริงๆ แค่เพิกถอน 1 ตัว โดยจากข้อมูลที่ทางเครือข่ายฯ ได้สืบค้นในฐานข้อมูลกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่พอจะหาได้ พบว่าล่าสุดมีต่างชาติมายื่นขอสิทธิบัตรเกี่ยวกับกัญชา 13 คำขอ โดยมี 2 คำขอละทิ้ง จะเหลือ 11 คำขอ ปรากฏว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุว่า ถอนสิทธิบัตรกัญชาที่ขัด ม9 (1) เรื่องสารธรรมชาติในกัญชาจดไม่ได้ ซึ่งมีแค่ 1 คำขอเท่านั้น แต่ที่เหลืออีก 10 คำขอยังเดินหน้าต่อไป ที่สำคัญตนพบว่ามี 2 คำขอที่กำลังจะได้สิทธิบัตร ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องลดอาการปวด และเป็นการยื่นขอสิทธิบัตรเรื่องสารในกัญชาที่เรียกว่า THC นายวิฑูรย์กล่าวว่า อยากให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาระบุให้ชัดว่า ที่มาขอจดนั้นไม่เกี่ยวกับสารในกัญชา ซึ่งเป็นสารในธรรมชาติจริงๆ เพราะค่อนข้างไม่มั่นใจ และหากให้สิทธิบัตรแล้วจะกระทบต่อนักวิจัยที่พัฒนาสารสกัดกัญชาเพื่อทางการแพทย์หรือไม่ อีกทั้งที่เรากังวลคือ ที่ยังยื่นคำขออยู่นั้น ไม่ขัดกับ ม9 (1) และไม่ขัดต่อ ม9 (4) ที่ไม่ให้อ้างสรรพคุณด้วยหรือไม่ รวมไปถึง ม5 ของ พรบสิทธิบัตรฯ ระบุว่าต้องเป็นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ซึ่งหลายอย่างภูมิปัญญาแพทย์แผนไทยมีการนำมาใช้อยู่แล้ว ตรงนี้กรมทรัพย์สินฯ ต้องชัดเจน อีกทั้งล่าสุดทราบข่าวมาว่าทางคุณสนธิรัตน์ต้องการหารือร่วมกับกลุ่มนั้นก็ยินดี รอแค่มีการติดต่อมา อย่างไรก็ตาม ในส่วนของภาคประชาสังคมต้องเดินหน้าปกป้องสิทธิของคนไทย เพราะกรณีที่เกิดขึ้นชัดเจนว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่มีความพยายามในการปกป้องสิทธิของคนไทย นักวิจัยไทย ถ้าไม่มีการตรวจสอบหรือพบเรื่องนี้ ก็คงเลยตามเลยหรือไม่ นายวิฑูรย์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายฯ และทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้ทำหนังสือส่งถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้พิจารณาและปกป้องสิทธิคนไทย โดยปฏิรูปกรมทรัพย์สินทางปัญญา เพราะไม่ใช่แค่เรื่องสิทธิบัตรกัญชาเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องสิทธิบัตรอื่นๆ รวมทั้งจะเสนอให้นายกฯ พิจารณาแก้ไขตัวร่างกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ที่กำลังผลักดันอยู่ ว่า เปิดโอกาสให้เอกชนคนไทยได้มีสิทธิวิจัยพัฒนาและผลิตเพื่อประโยชน์ของคนไทยได้ด้วย ไม่ควรให้มีการผูกขาดโดยรัฐ ด้านนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีสถาบันแพทย์แผนบูรณาการและเวชศาสตร์ชะลอวัย มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงกรณี รมวพาณิชย์มีคำสั่งให้ยกเลิกคำขอสิทธิบัตรกัญชาว่า การเพิกถอนคำขอสิทธิบัตรกัญชาเพียง 1 คำขอ ยังไม่เป็นที่วางใจ เพราะยังเหลืออีก 8 คำขอ ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด ซึ่ง รมวพาณิชย์ก็อ้างว่า 8 คำขอนี้เป็นการใช้สารสกัดจากกัญชาที่ไปปนกับยาอื่น แต่เมื่อไม่มีการเปิดเผย ก็เป็นที่น่าสงสัยว่าจริงหรือไม่ หรือหากจริง ก็ต้องมาดูว่าเป็นการจดในการรักษาโรคอะไร วิธีการใช้ซ้ำกับสิ่งที่ไม่ควรจดสิทธิบัตรหรือไม่ ตรงนี้ยังเป็นความลับ ไม่มีใครทราบ อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าทางที่ดีควรจะเพิกถอนคำขอออกไปทั้งหมด เพราะที่ผ่านมากัญชายังเป็นยาเสพติด คนไทยยังไม่มีการทดลองใช้สาร THC และ CBD ในมนุษย์เลย เมื่อมีความเหลื่อมล้ำของงานวิชาการ ควรจะต้องยกเลิกคำขอทั้งหมด จะปล่อยให้ต่างชาติจดสิทธิบัตรโดยที่คนไทยยังไม่เคยวิจัยได้อย่างไร และประเทศไทยระบุว่า ในการใช้กัญชาทางการแพทย์มีข้อบ่งชี้เพียง 4 กลุ่มโรค โดยอ้างจากงานวิจัยของเมืองนอกว่าทำได้เท่านี้ ถือว่าเป็นกลุ่มโรคที่แคบมาก แต่กลับปล่อยให้ต่างชาติยื่นคำขอสิทธิบัตรกัญชาเรื่องมะเร็ง แต่คนไทยต้องรออย่างน้อย 5 ปี จากงานวิจัยของภาครัฐ ปล่อยให้เกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร จึงมองว่าต้องเซตซีโรยกเลิกคำขอไปทั้งหมด นายปานเทพกล่าวว่า นอกจากต่างชาติเดินหน้าจดสิทธิบัตรแล้ว ยังมีอีก 2 เรื่องที่น่ากังวลและต้องติดตาม คือ 1การแก้ไขกฎหมายยาเสพติดที่แก้โดยให้ระบุว่า เพื่อประโยชน์ของทางราชการ และ 2ยังไม่ระบุให้แพทย์แผนไทยได้ใช้ ซึ่งต้องมาดูว่าจะแก้กฎหมายออกมาในลักษณะใด เพราะหากแก้กฎหมายเพื่อประโยชน์ราชการ ถามว่าแพทย์แผนไทยจะไปปรุงยาตามคลินิกของแพทย์แผนไทยได้อย่างไร เพราะบางกรณีต้องปรุงสด ปรุงกับน้ำกระสาย หรือต้องเพาะปลูกและทำเดี๋ยวนั้น เพราะมีเวลา มีฤดูกาล มีสูตรที่กำหนดไว้ บางครั้งต้องใช้เป็นช่อ ใบ หรือดอก แต่ถ้ากฎหมายปลดล็อกให้แพทย์แผนไทยได้ จะไม่มีใครผูกขาดสัมปทานกัญชาได้เลย ซึ่งการแก้กฎหมายฉบับ สนชนี้ ต้องดูว่าจะชิงธงให้ประโยชน์แพทย์แผนไทยอย่างเต็มที่ หรือทำลายแพทย์แผนไทยเพื่อหวังผูกขาด โดยเฉพาะต้องแก้ไขสองคำนี้คือ เพื่อประโยชน์ทางราชการ เป็นเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์หรือไม่ และให้เอกชนทำได้แค่วิจัยและพัฒนา จะรวมถึงการครอบครองและจำหน่ายด้วยหรือไม่ ถ้าทำไม่ได้ก็แปลว่าธงนี้ยังเป็นเพื่อประโยชน์ของคน 3 กลุ่ม กลุ่มแรกคือต่างชาติที่ทำการจดสิทธิบัตรไว้ล่วงหน้า, กลุ่มที่สองคือกลุ่มที่กำลังรอให้ผูกขาดโดยภาครัฐ หวังเข้าสัมปทานเหมือนสุราแล้วผูกขาด และกลุ่มสุดท้ายคือกลุ่มทุนพลังงานกลุ่มหนึ่งอ้างว่าอยากจะลงทุนเรื่องยารักษาโรคมะเร็ง และมีความปรารถนาอยากร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ แต่ไม่มีใครรู้ว่ากลุ่มทุนนี้คาดหวังเรื่องกัญชาด้วยหรือไม่ ดังนั้น หากให้ผูกขาดโดยราชการ ก็มีโอกาสปล่อยต่ออีกทอดกับ 3 กลุ่มนี้วิ่งเต้นผูกขาดต่อ ถือว่าน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง นายปานเทพกล่าวว่า แพทย์แผนไทยจะต้องได้ใช้กัญชา และไม่ต้องวิจัยแล้ว เพราะวิจัยมาหลายร้อยปีแล้ว และมีการทดลองในมนุษย์จริงมานาน ซึ่งเจตนาขององค์การอนามัยโลกคือ แพทย์แผนโบราณแต่เดิมไม่ต้องวิจัยก็ใช้ได้ ยกเว้นกรณีความเป็นพิษหรือไม่สะอาดแค่นั้น พ้นจากนี้ต้องใช้ได้ ถ้าอ้างวิจัย 5 ปี ที่ทำทีละนิด 4 ตำรับ แต่แพทย์แผนไทยมีกว่า 2,000 ตำรับ การจะทำแบบนี้คือกีดกันไม่ให้แพทย์แผนไทยใช้หรือไม่ ซึ่งหากปลดล็อกกัญชาทางการแพทย์แบบนี้ เท่ากับขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 55 ซึ่งบอกว่าต้องสนับสนุนส่งเสริมแพทย์แผนไทยสูงสุดหรือไม่ ด้านนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีภาคประชาสังคมได้ตั้งข้อสังเกตว่ากรมทรัพย์สินทางปัญญาเตรียมรับจดสิทธิบัตร 2 คำขอ ได้แก่ คำขอเลขที่ 0601002456 และคำขอเลขที่ 0501005232 ว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะ 2 คำขอดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้แจ้งปฏิเสธการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่เนื่องจากในกระบวนการจดทะเบียนสิทธิบัตร เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบขั้นการประดิษฐ์อย่างละเอียดแล้ว จะต้องแจ้งผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ และหากผู้ยื่นคำขอไม่เห็นด้วย ก็จะชี้แจงเหตุผล ถ้าผู้ยื่นคำขอไม่ชี้แจง กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะยกเลิกคำขอตามกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ในการตรวจสอบคำขอจดสิทธิบัตร ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคำขอที่มีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบ หรือคำขอจดสิทธิบัตรอื่นๆ โดยที่ผ่านมา มีการพูดถึงคำขอจดสิทธิบัตรสารสกัดจากกัญชา 11 คำขอ ซึ่งเป็นไปตามข่าว แต่เมื่อมีข้อสงสัย จึงได้สั่งการให้กรมทรัพย์สินทางปัญญาไปตรวจสอบข้อมูลคำขอสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับตำรับยา โดยมีสารสกัดจากกัญชาเป็นส่วนประกอบเพิ่มเติมว่ามีจำนวนเท่าใด ซึ่งได้รับรายงานว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 31 คำขอ คำขอสิทธิบัตรที่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้น กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะประกาศโฆษณาเพื่อเปิดเผยรายละเอียดการประดิษฐ์แก่สาธารณะ ซึ่งประชาชนสามารถเข้าไปตรวจค้นในระบบได้ด้วยตนเองทางเว็บไซต์กรมทรัพย์สินทางปัญญา และหากต้องการคัดสำเนาคำขอ ก็สามารถมาขอดำเนินการได้ที่กรม การดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวเป็นที่เปิดเผย ไม่มีการปกปิด และสามารถตรวจสอบได้ นายสนธิรัตน์กล่าว วันเดียวกัน ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล นายอัครเดช ฉากจินดา ที่ปรึกษายุทธศาสตร์การรณรงค์ขับเคลื่อนกัญชาเสรีประเทศไทย พร้อมภาคีเครือข่ายกลุ่มผู้นิยมพืชกัญชา ราว 30 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช) เพื่อขอให้รัฐบาลให้ปลูกเสรีกัญชาเพื่อทางการแพทย์บนผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง และเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงคัดค้านการให้สิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับพืชกัญชาแก่บริษัทต่างชาติ

slot game error
uk2 | <动态当天时间> | อ่าน(306) | แสดงความคิดเห็น(943)
อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
sc2 | <动态当天时间> | อ่าน(574) | แสดงความคิดเห็น(734)
เรื่องอื้อฉาวของดีลเรือดำน้ำยังถูกโยงกับคดีฆาตกรรมอัลตันตูยา ชารีบู นางแบบสาวชาวมองโกเลีย ภรรยาน้อยของราซัค บากินดา ซึ่งโดนยิงแล้วโดนระเบิดทำลายศพเมื่อปี 2549 โดยมีข่าวลือว่าเธอเรียกร้องส่วนแบ่งสำหรับการทำหน้าที่ล่ามในการเจรจาต่อรองดีลนี้ ศาลมาเลเซียมีคำตัดสินเมื่อปี 2551 ว่าราซัค บากินดา ไม่มีความผิดในคดีฆาตกรรม ท่ามกลางครหาว่ามีการปกปิดเพื่อปกป้องนาจิบ【อ่านข้อความเต็ม】
kko | <动态当天时间> | อ่าน(655) | แสดงความคิดเห็น(398)
เคล็ดลับที่ 1 - เข้าใจปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลต่อสุขภาพ กุญแจสำคัญที่นำไปสู่สุขภาพหัวใจที่สมบูรณ์แข็งแรงคือ คุณต้องรู้ค่าตัวเลขที่บ่งบอกภาวะสุขภาพต่างๆ ของตัวเองให้ดี หมั่นไปพบแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพเป็นประจำ และจัดตารางตรวจสุขภาพร่างกายแบบครอบคลุมทุกด้านอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือแวะไปคลินิกเพื่อตรวจเช็กสุขภาพบ้างเป็นครั้งคราว เคล็ดลับที่ 2 - ลด ละ เลิกพฤติกรรมทำร้ายสุขภาพ สำหรับใครที่สูบบุหรี่อยู่ หากคุณลดพฤติกรรมนี้ลงก็จะช่วยถนอมหัวใจของคุณได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังช่วยลดอัตราเสี่ยงที่จะส่งผลต่อสุขภาพหัวใจลงได้เป็นอย่างมากเมื่อคุณเลิกสูบบุหรี่ เพราะการสูบบุหรี่จะไปทำลายผนังบุหลอดเลือดแดง และทำให้เกิดภาวะไขมันสะสมที่ผนังหลอดเลือดแดงและนำไปสู่ภาวะตีบตันได้ เคล็ดลับที่ 3 - หมั่นรับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ตามปรัชญาโภชนาการของเฮอร์บาไลฟ์ ปริมาณแคลอรีที่เราควรบริโภคในแต่ละมื้ออาหาร ต้องมาจากส่วนประกอบของคาร์โบไฮเดรตร้อยละ 40 โปรตีนร้อยละ 30 และไขมันดีร้อยละ 30 รวมถึงไฟเบอร์ 25 กรัม และดื่มน้ำให้เพียงพอหรืออย่างน้อย 8 แก้วต่อวันและเพื่อเสริมสร้างสุขภาพหัวใจให้ดีขึ้น ให้ลองรับประทานผักและผลไม้สด ผลไม้แห้ง ถั่วต่างๆ และเมล็ดพืชเป็นประจำทุกวัน เพื่อให้ได้วิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ นอกจากนี้ อาหารจำพวกปลาที่มีไขมันดีสูง (เช่น แซลมอน แมคเคอเรล และทูน่า) เมล็ดแฟลกซ์ (Flaxseed) ถั่ววอลนัท เมล็ดฟักทอง และถั่วเหลือง ล้วนอุดมด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 ที่ช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคหัวใจได้ เคล็ดลับที่ 4 - ออกกำลังกายให้หัวใจสูบฉีดสม่ำเสมอ ประโยชน์ของการออกกำลังกายสม่ำเสมอมีมากกว่าแค่น้ำหนักที่ลดลงหรือรูปร่างที่ดูดีขึ้น เพราะนอกจากจะช่วยยกระดับสุขภาพโดยรวมให้ดีขึ้นแล้ว การออกกำลังกายยังช่วยให้หลอดเลือดทำงานได้ดีและขยายกว้างมากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้เลือดไหลเวียนเข้าไปหล่อเลี้ยงหัวใจเราได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ กระตุ้นการผลิตสารไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ในร่างกายซึ่งช่วยควบคุมดูแลและรักษาระบบหัวใจและหลอดเลือด ทำให้คุณมีสุขภาพหัวใจที่แข็งแรงยิ่งขึ้น สำหรับการเริ่มต้นไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง ให้ลองออกกำลังกายที่เน้นความหนักระดับปานกลาง (moderate-intensity) อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน แต่ถ้าคุณรู้สึกว่ามันยากไป ลองออกไปเดินเล่นระยะทางสั้นๆ ในระหว่างวัน หรือจอดรถไกลจากออฟฟิศไปสักหน่อย หรือลองลุกขึ้นมายืดเส้นยืดสายจากเก้าอี้ทำงานแทนที่จะนั่งนานๆ ทั้งวันดูบ้างก็ไม่เลว เคล็ดลับที่ 5 - ลดความเครียดลง แม้จะยังไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงชัดเจนว่าระดับความเครียดที่สูงจะส่งผลต่อการเกิดโรคหัวใจได้แน่นอน แต่ความเครียดก็ถือเป็นตัวการสำคัญที่เพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพหัวใจของคุณได้ ความเครียดอาจทำให้คุณมีอาการความดันโลหิตสูง ทำให้คุณรับประทานอาหารมากเกินไป ทั้งยังอาจออกกำลังกายน้อยลง และสูบบุหรี่มากกว่าปกติ มิหนำซ้ำความเครียดระยะยาวก็อาจจะทำให้ร่างกายของคุณเพิ่มระดับฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับความเครียด เช่น อะดรีนาลีน (adrenaline) หรือคอร์ทิโซล (cortisol) ได้ง่ายๆ และอาจส่งผลให้เกิดความเสี่ยงที่จะหัวใจวายตามมา สุดท้ายแล้ว การมีวิถีชีวิตเพื่อสุขภาพดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉงมีส่วนช่วยให้เราอยู่ห่างไกลจากโรคหัวใจได้มาก หากว่าคุณยังไม่เริ่มต้นทำเลย คุณควรจะเริ่มซะตั้งแต่ตอนนี้และนำเคล็ดลับๆ เหล่านี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้หัวใจของคุณสูบฉีดและทำงานได้อย่างเต็มที่ต่อไปอีกนานแสนนาน แล้วหัวใจของคุณจะต้องรู้สึกขอบคุณที่คุณเริ่มทำเพื่อหัวใจของคุณเองที่แข็งแรงแม้ยามสูงวัย!【อ่านข้อความเต็ม】
e2u | <动态当天时间> | อ่าน(128) | แสดงความคิดเห็น(497)
สบส แถลงผลสอบ รพพระราม 2 กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรด พบผิด 5 กระทง สั่งปรับกรณีไม่มีแพทย์ให้การรักษาหญิงถูกสาดน้ำกรด ส่วนอีก 4 กระทงให้ร้องทุกข์กล่าวโทษทั้งผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล และผู้ดำเนินการสถานพยาบาล มีโทษจำคุก เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส) มีการแถลงข่าวสรุปผลการสอบสวนของคณะอนุกรรมการพิจารณาข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียน รพพระราม 2 ปฏิเสธการรักษา และมีการให้บริการทางการแพทย์ที่ไม่ได้มาตรฐาน กรณีสาวถูกสามีสาดน้ำกรดใส่หน้า โดย นพณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดี สบส กล่าวว่า สบสได้สั่งการให้พนักงานเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ รพพระราม 2 เพื่อรวบรวมข้อมูลระหว่างเกิดเหตุ ทั้งเอกสารทางการแพทย์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาล เพื่อนำเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียน ประกอบด้วยคณะกรรมการ 15 คน และมีการประชุมสรุปผลเมื่อวันที่ 19 พยที่ผ่านมา ตั้งแต่เวลา 1300-1900 น โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องตั้งแต่ผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ผู้ดำเนินการของ รพพระราม 2 และ รพบางมด ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งที่ 2 ที่มีความเกี่ยวข้อง ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง คือวันที่ 9 พย-19 พย ใช้เวลาพิจารณาทั้งหมดเพียง 10 วัน ผลสรุปของคณะกรรมการทางกองกฎหมายได้ส่งมาเพื่อให้ตนพิจารณาในช่วงเช้าที่ผ่านมามี 5 กรณี ตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พศ2541 1กรณีให้พยาบาลวิชาชีพเป็นผู้ตรวจประเมินอาการผู้ป่วยและให้การรักษาเบื้องต้นโดยไม่มีการรายงานแพทย์ ซึ่งทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดในเรื่องไม่มีการควบคุมและดูแลมิให้ผู้ประกอบวิชาชีพในสถานประกอบวิชาชีพผิดไปจากสาขาที่ขออนุญาต เข้าข่ายผิดมาตรา 34 (1) (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท โดยคณะอนุกรรมการมีมติเป็นเอกฉันท์ให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ โดยจะมีการดำเนินคดีในชั้นศาลต่อไป โดยผู้ที่จะถูกดำเนินคดีคือ ผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 2จากการสอบถามพยาบาลที่ให้การตรวจรักษาแล้วได้รายงานผู้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ดำเนินการได้สั่งการให้รับผู้ป่วยไว้นอน รพ แสดงว่าผู้ป่วยมีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนที่จะนำผู้ป่วยไปนอนที่ รพตามข้อสั่งการ ซึ่งลักษณะเช่นนี้ ทางคณะกรรมการมีมติว่าอาจจะเข้าข่ายการไม่ควบคุมดูแลให้ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมในสถานพยาบาลปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าข่ายหรือน่าจะมีความผิดตามมาตรา 34 (2) มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติของคณะอนุกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพื่อนำไปสู่กระบวนยุติธรรม ซึ่งผู้ที่จะถูกดำเนินคดีก็คือผู้ดำเนินการสถานพยาบาลเช่นเดียวกัน 3กรณีไม่มีแพทย์ให้การช่วยเหลือเยียวยาแก่ผู้ป่วย เพื่อคัดแยกระดับความฉุกเฉินตามมาตรฐานที่มีการกำหนดไว้ กรณีนี้อาจจะเข้าข่ายทำผิดตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุข และ พรบสถานพยาบาล มาตรา 35 (3) และ (4) มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท กรณีนี้อนุกรรมการมีมติให้เปรียบเทียบปรับ ผู้ที่จะถูกลงโทษคือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล 4กรณีไม่ให้การช่วยเหลือดูแลแก่ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพอันตรายและจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลฉุกเฉิน อาจจะเข้าข่ายผู้ได้รับอนุญาตและผู้ดำเนินการมิได้ควบคุมดูแลให้การรักษาดูแลแก่ผู้ป่วยตามมาตรา 33/1 อัตราโทษเข้าได้กับมาตรา 36 วรรค 1 มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท มติกรรมการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ ผู้กระทำความผิดคือผู้ได้รับอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล กับผู้ดำเนินการสถานพยาบาล และ 5กรณีเมื่อได้ช่วยเหลือเยียวยาแล้ว และอ้างว่าเป็นความต้องการของผู้ป่วยที่ต้องการไปรักษาตัวใน รพแห่งที่ 2 ที่มีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ เข้าข่ายการส่งต่อโดยไม่เหมาะสม ซึ่งอาจจะมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท ตามมาตรา 36 (3) คณะกรรมการมีมติให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ นพณัฐวุฒิกล่าวว่า จะเห็นว่ามีการให้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ 4 กรณี และมี 1 กรณีที่ให้เปรียบเทียบปรับ ซึ่งเราได้นำมติเข้าสู่คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับ เพื่อกำหนดว่าจะปรับเป็นเงินเท่าไร ก่อนส่งให้คณะกรรมการสอบสวนต่อไป ส่วนการแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ พนักงานสอบสวนจะเริ่มเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน และส่งต่อให้พนักงานอัยการมีมติต่อไปว่าจะมีการฟ้องร้องประเด็นใดบ้าง จากนั้นก็เป็นอันสิ้นสุดที่ศาลยุติธรรม นอกจากนี้ยังมีอีกกรณีที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสถานพยาบาลคือ กรณีพยาบาลที่ได้ให้การรักษาและยอมรับว่ามิได้รายงานแพทย์ จะเข้าข่ายกรณีจริยธรรมในการประกอบวิชาชีพที่ไม่ได้เป็นไปตามาตรฐานที่กำหนด ซึ่งทาง สบสจะได้ส่งเรื่องนี้ไปยังสภาการพยาบาลต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
wcy | <动态当天时间> | อ่าน(482) | แสดงความคิดเห็น(144)
ประจานกกสภามหา ลัย กลัว-เลี่ยงหน้าที่ยื่นทรัพย์ 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
2oe | 2021-06-19 | อ่าน(626) | แสดงความคิดเห็น(621)
ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
iu3 | 2021-06-19 | อ่าน(918) | แสดงความคิดเห็น(61)
วธเผยโพลลอยกระทง คนไทยเห็นด้วย 1ครอบครัว 1 กระทง 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:49 น 【อ่านข้อความเต็ม】
3qk | 2021-06-19 | อ่าน(236) | แสดงความคิดเห็น(65)
นับแต่พ้นจากอำนาจ อดีตนายกฯ ผู้นี้พร้อมด้วยภรรยาและพวกพ้องอีกหลายคน ก็โดนตั้งข้อหาดำเนินคดีทุจริตคอร์รัปชันหลายกระทง แต่ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับคดียักยอกและฟอกเงินจากการทุจริตในกองทุนวันเอ็มดีบี ที่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้นาจิบและพรรครัฐบาลพ่ายแพ้การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม แต่การสอบสวนล่าสุดนี้ เป็นการรื้อฟื้นคดีเก่าเมื่อปี 2545 สมัยที่นาจิบดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม และลงนามจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์ปิเน 2 ลำจากฝรั่งเศส มูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์【อ่านข้อความเต็ม】
yw3 | 2021-06-19 | อ่าน(378) | แสดงความคิดเห็น(72)
วธเผยโพลลอยกระทง คนไทยเห็นด้วย 1ครอบครัว 1 กระทง 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:49 น 【อ่านข้อความเต็ม】
usm | 2021-06-18 | อ่าน(995) | แสดงความคิดเห็น(986)
ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
o1q | 2021-06-18 | อ่าน(230) | แสดงความคิดเห็น(252)
ครมเท 123 แสนล้านบาท ผุดมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญและผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการมีบ้านเป็นของตัวเอง โฆษกรัฐบาลปัดพัลวันเปล่าแจกดะช่วงใกล้เลือกตั้ง นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค) แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) เมื่อวันที่ 20 พยที่ผ่านมาว่า ที่ประชุม ครมได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ ข้าราชการบำนาญ และผู้มีรายได้ที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง คิดเป็นวงเงินดำเนินการรวมกว่า 123 แสนล้านบาท โดยคาดว่ามาตรการทั้งหมดจะช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2561 ขยายตัวเพิ่มขึ้นได้ 007% เนื่องจากมาตรการมีกรอบเวลาดำเนินการถึงปี 2562 ซึ่งเชื่อว่าจะส่งผลดีกับภาพรวมเศรษฐกิจได้ดีกว่าปีนี้ นายลวรณกล่าวต่อว่า สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการแห่งรัฐ มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 387 หมื่นล้านบาท ประกอบด้วย 4 มาตรการ ได้แก่ 1มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและน้ำประปา ซึ่งจะส่งผลให้ผู้มีรายได้น้อยมีภาระค่าครองชีพลดลง โดยกำหนดให้กรณีค่าไฟฟ้าให้ใช้ไฟฟ้าในวงเงินไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีน้ำประปา ให้ใช้ได้ในวงเงินไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน โดยมาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่ ธค2561 ถึง กย2562 รวมระยะเวลา 10 เดือน โดยกลุ่มเป้าหมายสำคัญคือผู้ผ่านคุณสมบัติการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ทั้งหมด 145 ล้านคน โดยในจำนวนนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คิดเป็น 82 ล้านครัวเรือน โดย 1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิเท่านั้น ในส่วนนี้มีวงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 27 หมื่นล้านบาท 2มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในการซื้อสินค้าและบริการเพิ่มเติมในเดือน ธค2561 เป็นเงิน 500 บาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 145 ล้านคน โดยจะใช้วงเงินดำเนินการ 725 พันล้านบาท 3มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 1 พันบาทต่อคน (ได้รับครั้งเดียว) โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือผู้มีรายได้น้อยที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 35 ล้านคน ระยะเวลาดำเนินการ ธค2561 ถึง กย2562 ใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 35 พันล้านบาท 4มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน ระหว่างเดือน ธค2561 ถึง กย2562 สำหรับผู้สูงอายุที่ถือบัตรสวัสดิการ ที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 22 แสนคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 23 แสนคนในเดือน กย2562 โดยใช้วงเงินดำเนินการทั้งสิ้น 920 ล้านบาท ขณะที่นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบแนวทางการปรับปรุงแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเงินช่วยค่าครองชีพผู้รับเบี้ยหวัดบำนาญ โดยกำหนดให้ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับเบี้ยหวัดตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหม ผู้ได้รับหรือมีสิทธิได้รับบำนาญปกติ บำนาญพิเศษ เพราะเหตุทุพพลภาพ บำนาญพิเศษหรือบำนาญตกทอดในฐานะทายาท ผู้อุปการะ หรือผู้อยู่ในอุปการะ ตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งได้รับเบี้ยหวัดหรือบำนาญรวมทุกประเภท และเงินช่วยค่าครองชีพ ทั้งหมดต่ำกว่าเดือนละ 1 หมื่นบาท ให้ได้รับเงินช่วยค่าครองชีพเพิ่มขึ้นในอัตราส่วนที่ขาดไปให้ครบ 1 หมื่นบาท ทั้งนี้ คาดว่าจะมีข้าราชการที่อยู่ในเกณฑ์ดังกล่าว จำนวน 527 หมื่นคน คิดเป็นวงเงินงบประมาณดำเนินการ 559 ล้านบาทต่อปี หรือ 46 ล้านบาทต่อเดือน เมื่อ 2-3 ปีก่อน ค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ 300 บาท ดังนั้นเงินบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยค่าครองชีพที่รัฐบาลกำหนดจึงอยู่ที่ 9 พันบาท แต่ปัจจุบันค่าแรงขั้นต่ำปรับเพิ่มขึ้นเป็น 330 บาทต่อวัน ครมจึงเห็นชอบขยายเงินในส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็น 1 หมื่นบาทต่อเดือน เพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้น นายณัฐพรกล่าว นายณัฐพรกล่าวอีกว่า ที่ประชุม ครมยังเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดอัตราและวิธีการรับบำเหน็จดำรงชีพ โดยกำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีมีการใช้สิทธิไปแล้ว ให้สามารถขอรับสิทธิในส่วนที่ไม่เกินส่วนของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 5 แสนบาท ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมจากเดิมที่กำหนดให้ผู้รับบำนาญที่มีอายุต่ำกว่า 65 ปีบริบูรณ์ ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 2 แสนบาท และผู้รับบำนาญที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ให้มีสิทธิขอรับบำเหน็จดำรงชีพได้ไม่เกิน 4 แสนบาท แต่หากใช้สิทธิไปแล้ว ให้รับตามสิทธิในส่วนที่ไม่เกินสิทธิของผู้นั้น แต่ไม่เกิน 4 แสนบาท อย่างไรก็ดี คาดว่าจะมีผู้รับบำนาญที่เข้าเกณฑ์ประมาณ 159 แสนราย โดยมีวงเงินที่ใช้ในการดำเนินการทั้งสิ้น 247 หมื่นล้านบาท นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครมเห็นชอบให้ ธอสจัดทำโครงการบ้านล้านหลังภายใต้วงเงินรวม 6 หมื่นล้านบาท ให้ผู้มีรายได้น้อย กลุ่มคนวัยทำงานหรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ มีบ้านอยู่อาศัย โดยวงเงินแบ่งเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย 5 หมื่นล้านบาท สำหรับซื้อบ้านไม่ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท ตั้งวงเงินกู้ไว้ 2 หมื่นล้านบาท ให้ผ่อนนานถึง 40 ปี อัตราดอกเบี้ย แบ่งเป็นกรณีรายได้ไม่เกิน 25 บาท/คน/เดือน อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ 300% ต่อปี กรณีรายได้เกิน 25 หมื่นบาท/คน/เดือน ตั้งวงเงินกู้ไว้ 3 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 300% โดยทั้ง 2 กรณีเงินกู้ 1 ล้านบาท ผ่อนชำระ 3 ปีแรกเริ่มต้นเพียง 38 พันบาท นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงมติคณะรัฐมนตรี (ครม) ในมาตรการช่วยเหลือผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึงการอนุมัติโครงการเพื่อผู้สูงอายุ รวม 86,994 ล้านบาท จนถูกมองหวังผลเลือกตั้งว่า หลายโครงการไม่ได้เพิ่งมาคิดและทำในวันนี้ เพราะมีกระบวนการสอบถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งใช้เวลามาพอสมควร แต่มาประจวบเหมาะกับเวลาช่วงสิ้นปีพอดี ยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง เพราะรัฐบาลมีตัวเลขผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อยอยู่แล้ว ซึ่งที่แล้วมายังไม่มีรัฐบาลใดออกนโยบายส่งตรงไปยังผู้สูงอายุ ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือด้านการเดินทาง การใช้ชีวิต การรักษาพยาบาล โดย พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช ระบุว่าในอนาคต ไม่ว่ารัฐบาลชุดใดเข้ามา ควรนำแนวทางนี้ไปปฏิบัติ เพราะถือว่าตอบรับสังคมผู้สูงวัยในอนาคต นอกจากนี้ยังเห็นประชาชนมีภาระต้องใช้จ่ายเงินจำนวนมากในวงปีใหม่ จึงได้ให้ 500 บาท สำหรับผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่ นายพุทธิพงษ์ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
kku | 2021-06-18 | อ่าน(313) | แสดงความคิดเห็น(304)
ก่อนจะปลดล็อก กัญชา พัฒนา กัญชง ไปถึงไหนแล้ว? 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
1ea | 2021-06-18 | อ่าน(137) | แสดงความคิดเห็น(842)
ปปชมาเลย์เรียก นาจิบ ให้ปากคำคดีสินบนเรือดำน้ำฝรั่งเศส 16 ปีก่อน 20 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 19:24 น ปปชของมาเลเซียเรียกอดีตนายกฯ นาจิบ ราซัค สอบปากคำนานหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ เกี่ยวข้องกับการจัดซื้อเรือดำน้ำชั้นสกอร์ปิเนของฝรั่งเศส 2 ลำเมื่อ 16 ปีก่อน ที่มีครหาสินบน 134 ล้านดอลลาร์【อ่านข้อความเต็ม】
qo1 | 2021-06-17 | อ่าน(740) | แสดงความคิดเห็น(621)
การเรียนเปลี่ยนชีวิต…จากสังเวียนมวยสู่โรงไฟฟ้า 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 10:56 น หลายคนคงเคยได้ยินคำพูดที่ว่า การศึกษาเปลี่ยนชีวิตคนได้ สี่พยัคฆ์ ศิษย์ฮอม นักมวยมากฝีมือจากเวทีราชดำเนิน เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนี้อย่างลึกซึ้ง【อ่านข้อความเต็ม】
yq1 | 2021-06-17 | อ่าน(720) | แสดงความคิดเห็น(761)
อนุมัติ18หมื่นล อุ้ม ยาง-ปาล์ม ให้ไร่ละพันแปด 21 พฤศจิกายน พศ 2561 เวลา 00:01 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-06-20

วิธีชนะบาคาร่าออนไลน์| ฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ| ช่อง3กีฬา| ผลบอลไทยมาเลเซีย| เว็บคาสิโน 99 cc| king slot bet| joker slot 69| ทีเด็ด บอล เต็ง acoustic| slot bba| ทีเด็ดบาคาร่า zeal| บอลเมื่อคืนทุกคู่| ผลบอลสด ฟฟ| เว็บคาสิโน 1688 ql| slot ฟรี เครดิต| 188bet บุญเติม| ยิงปลา sa| เครดิต ฟรี 500 ถอน ได้ rov| joker 777 slot| สูตร คํา น วณ บา คา ร่า| 7mราคา| ขอดูบอลวันนี้| คาสิโนออนไลน์ฟรี kpn| slot free spins| เกมส์ที่มีชื่อเสียง twitter| สลากกินแบ่งรัฐบาลlotto thailand| คาสิโน168 thscore| gameslotpg racing| slotxoฝากถอน| เกมส์เดิมพันเงินจริง hd| คาสิโนออนไลน์ฟรี kpn| ดูบอลคืนนี้ครับ| เว็บ ค่า สิ โน ใหม่ wallet| live22 mm| เล่นเกมสล็อตxo| ข่าวกีฬาออนไลน์| สล็อต 5 มังกร blackpink| คา สิ โน สิงคโปร์ pantip| เกมเสือ มังกร gta san| ยิงปลาเว็บไหนดี mp3| baccarat online shop france| ไฮโลออนไลน์ได้เงินจริง| ไลฟ์สด ค่า สิ โน i can see| วิธีแทงบอลออนไลน์ j5| เกมสล็อตโบนัส free fire| joker สล็อต 888| ดูบอลแมนยูล่าสุด| สล็อตเกมยิงปลา gif| liveบาคาร่า| บาคาร่ารับเงินฟรี joker| winner แจก เครดิต ฟรี| สมัคร slot999| ยิงปลา ฟรีเครดิต ไม่ต้องฝาก ต้อง แชร์ ถอนได้ 2020| บา คา ร่า mm88fc| pg slot a| ธุรกิจ ค่า สิ โน pantip| slot machines for sale| สล็อต ออนไลน์ 888 qq| slot ที่ดีที่สุด true| poker rules card| คาสิโน63| สล็อต slotxoแจกเครดิตฟรี 100 | ผลบอลแมนยูเลสเตอร์ล่าสุด| เกมslot ได้เงินจริง| เกมส์เดิมพันเงินจริง rov| คาสิโน168 thscore| ออนไลน์การหนัน ss1| casinoไทย| เว็บคาสิโนออนไลน์ free| นาโปลีสด| สล็อต ถอนได้ไม่จํากัด win10| live22 ios download 2020| กีฬาภาษาสันสกฤต| คาสิโน888 warface| รูเล็ตขั้นต่ำ ig เว็บคาสิโน 888 casino| ทีเด็ด บอล เต็ง youtuber| slot mobile| ถอนเงิน atm สูงสุด| สมัครสล็อตโรม่า joker| ok ลอตเตอรี่ 1 กันยายน| หวยรัฐบาล 01/09/63| บาคาร่า ออโต้| ดูข่าวกีฬาต่างประเทศ| เกม ได้ เงิน จริง excel| กีฬา roller blade| บอลไลน์สด| slotต่างประเทศ| เครดิตฟรี dg| casino ทดลองเล่น the sims 4| ออนไลน์การพนัน m| sa gaming 1688 vip| sa gaming 1688 java| lsm99 เกมยิงปลา jaisa| poker quads| เกมสล็อต6666|